10 เคล็ดลับในการจัดสวนให้สวยดังใจอยู่เสมอ

หน้าแรก จัดสวน 10 เคล็ดลับในการจัดสวนให้สวยดังใจอยู่เสมอ

เข้าชม 302 ย่อ URL

 จริงอยู่ที่ว่า..แม้ภายในบ้านของคุณจะมีสวนขนาดเล็กหรือใหญ่ ก็สามารถให้ความร่มรื่นและความสดชื่นได้ไม่ต่างกัน ซึ่งสำหรับบางคนการจัดสวนอาจกลายเป็นงานอดิเรกอย่างหนึ่งไปแล้วก็ได้แต่หากคุณต้องการให้ความสวยงามอยู่คู่กับสวนของคุณไปนาน ๆ ก็อย่าลืมดูแล บำรุง และเอาใจใส่สวนของคุณให้ดีด้วยนะคะ ซึ่งคุณสามารถลงมือทำด้วยตัวเองได้ง่าย ๆ ดังเคล็ดลับต่อไปนี้ 

 1. เลือกเครื่องมือให้เหมาะสม

           อุปกรณ์และเครื่องมือแต่ละชนิดมีการใช้งานที่แตกต่างกันไป ดังนั้นก่อนการทำสวนควรเตรียมอุปกรณ์และเครื่องมือให้ตรงกับจุดประสงค์และการใช้งานด้วย ทั้งนี้เพื่อยืดอายุให้กับอุปกรณ์ และถนอมส่วนต่าง ๆ ของต้นไม้ไปในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ในขั้นตอนของการเลือกซื้ออุปกรณ์นั้นไม่ควรพิจารณาของราคาถูกเพียงอย่างเดียว เพราะของราคาถูกอาจจะใช้งานได้ดีแค่ในช่วงแรก ๆ เท่านั้น แต่ควรพิจารณาเครื่องมือที่มีราคาเหมาะสมกับคุณภาพมากกว่า

 2. เก็บอุปกรณ์ไว้ในที่เดียวกัน

           สำหรับการจัดเก็บอุปกรณ์ทำสวนนั้นควรเก็บรวบรวมเอาไว้พื้นที่เดียวกันทั้งหมด เพื่อความสะดวกสบายในการหยิบใช้ โดยเฉพาะในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน นอกจากนี้การรวบรวมอุปกรณ์ทำสวนไว้ในที่เดียวกัน ยังช่วยป้องกันและรักษาความปลอดภัยให้กับสมาชิกภายในบ้านอีกด้วย เนื่องจากอุปกรณ์บางอย่างมีความแหลมคม หากวางระเกะระกะหรือวางไม่เป็นที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ๆ

 3. หมั่นพรวนดินสม่ำเสมอ

           ดินเป็นสารอาหารสำคัญของต้นไม้และช่วยพยุงต้นไม้ให้มีความแข็งแรงมั่นคงด้วย หากปล่อยให้ดินแห้งแข็งเกาะตัวแน่นรากของต้นไม้จะหาอาหารมาหล่อเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ได้ยากขึ้น ดังนั้นการพรวนดินสม่ำเสมอจึงจำเป็นมากสำหรับต้นไม้ในสวนของคุณ เพื่อให้รากสามารถชอนไชหาอาหารได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังเป็นการระบายความชื้น และทำให้ดินคายความร้อนได้รวดเร็วขึ้นอีกด้วย

 4. รดน้ำตอนเช้า

           ตอนเช้าเป็นเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการรดน้ำต้นไม้ ทั้งนี้เป็นเพราะการรดน้ำในตอนเช้าจะช่วยลดการระเหยของน้ำได้ แต่หากคุณไม่สะดวกอาจเปลี่ยนเวลาไปรดน้ำในช่วงตอนเย็นของวันแทนก็ได้ ส่วนเวลาที่ควรหลีกเลี่ยงมากที่สุดก็คือ ช่วงกลางวันหรือตอนที่มีแดดจัด เพราะจะเกิดการเปลี่ยนอุณภูมิกระทันหันซึ่งอาจทำให้ต้นไม้ตายได้ นอกจากนี้ควรงดการรดน้ำต้นไม้ในช่วงกลางคืนด้วย เนื่องจากในช่วงนี้ทำให้เกิดความชื้นและเกิดโรคต่าง ๆ ตามมาได้ง่าย


 5. กำจัดวัชพืช

           หากคุณต้องการต้นไม้ของคุณอุดมสมบูรณ์มีลำต้นที่อวบอิ่ม ใบสีเขียวสด ไม่ควรจะปล่อยให้สวนของคุณมีวัชพืชปะปนอยู่ เพราะวัชพืชเหล่านั้นจะเข้าไปรบกวนการเจริญเติบโตของต้นไม้ โดยการแย่งน้ำแย่งอาหาร และอาจทำให้ต้นไม้ของคุณเกิดโรคได้ ดังนั้นคุณจึงควรหมั่นสำรวจและกำจัดวัชพืชเป็นประจำและสม่ำเสมอ

 6. ป้องกันสวนจากสัตว์เลี้ยง 

           สำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงอาจต้องเพิ่มความระมัดระวังและการดูแลกันอีกสักนิด เพราะหากคุณเผลอสัตว์เลี้ยงอาจจะไปขุดคุ้ย กัด กิน ทำให้ต้นไม้เสียหายได้ ในทางกลับกันพืชเองก็อาจทำให้สัตว์เลี้ยงของคุณเกิดอาจแพ้ เป็นผื่นคัน หรือได้รับสารพิษได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นเพื่อความปลอดภัยของทั้งสองฝ่าย ควรปิดกั้นทางเข้าออก และพื้นที่สวนให้ห่างจากสัตว์เลี้ยงดีกว่า 

 7. เลือกใช้ปุ๋ยให้ถูกต้อง

           ปุ๋ยแต่ละชนิดมีคุณสมบัติและความเข้มข้นของสารเคมีแตกต่างกันออกไป เพื่อให้เหมาะสมกับชนิดของพันธุ์ไม้ อย่างเช่น ปุ๋ยเร่งดอก ปุ๋ยเร่งใบ และปุ๋ยเร่งผล เป็นต้น ทั้งนี้หากคุณใช้ผิดประเภทนอกจากจะไม่ได้ผลตามที่คาดหวังแล้ว ยังทำให้เกิดสารเคมีสะสมในลำต้น และเกิดปัญหาดินเสียอีกด้วย ดังนั้นคุณจึงจำเป็นต้องเลือกใช้ปุ๋ยให้เหมาะสมกับประเภทและพันธุ์ของต้นไม้ หรืออาจจะเปลี่ยนไปใช้ปุ๋ยอินทรีนย์แทน เพื่อลดสารตกค้างในดินและหลีกเลี่ยงอันตรายจากสารเคมีต่าง ๆ

 8. รักษาคุณภาพของดิน

           ดินเป็นแหล่งอาหารหลักของพืช ดังนั้นควรรักษาและคงคุณภาพของดินเอาไว้ให้สมบูรณ์อยู่เสมอ ด้วยการหมั่นพรวนดิน รดน้ำ และหมั่นกำจัดวัชพืช ถ้าหากเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงการปูกระเบื้อง เพราะการปูกระเบื้องในสวนนอกจากจะรบกวนการเจริญเติบโตของต้นไม้แล้ว ยังทำลายหน้าดิน และคุณภาพในดินอีกด้วย

 9. ผสมปุ๋ยด้วยตัวเอง 

           หากคุณต้องการเพิ่มคุณภาพให้กับปุ๋ยของคุณ สามารถนำพวกใบไม้แห้ง หญ้าแห้ง หรือกาบมะพร้าว ใส่ผสมลงไปในปุ๋ยของคุณด้วยก็ได้ และอาจเปลี่ยนนำของเหล่านั้นไปหมักเป็นปุ๋ยมาใช้ก็ได้ ซึ่งปุ๋ยหมักนี้นอกจากจะช่วยลดจำนวนขยะแล้ว ยังเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ รักษาความชุ่มชื่นในดิน และยังไม่เป็นอันตรายต่อพืชเมื่อใช้ติดต่อกันนาน ๆ ด้วย

 10. ลงตารางการเวลาการจัดสวน 

           ทั้งนี้เพื่อให้การดูแลสวนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ควรจะจดวันเวลาที่คุณทำสวนครั้งสุดท้ายเอาไว้ด้วย เพื่อเตือนความจำและกำหนดวันเวลาสำหรับการดูแลสวนในครั้งต่อไป ทั้งนี้กว่าต้นไม้จะเติบโตแข็งแรงสามารถต่อสู้กับสภาพอากาศ และโรคต่าง ๆ ได้ใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปี ดังนั้นคุณจึงควรวางแผนระยะยาวเอาไว้ด้วย

           ในเรื่องของการดูแลสวนนั้น นอกจากการศึกษาข้อมูลที่เรานำมาฝากกันในวันนี้แล้ว จะต้องอาศัยประสบการณ์การบำรุงดูแลสวนด้วย ดังนั้นหากมีข้อสงสัยหรือมีปัญหาที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ อาจจะถามจากผู้เชี่ยวชาญหรือปรึกษากับคนรู้จักของคุณ ใช้ประสบการณ์ของพวกเขามาช่วยจัดการปัญหาของคุณด้วยก็ได้นะคะ

ขอขอบคุณ: home.kapook.com